ผู้หญิงของ ปิกัสโซ  คือนางฟ้าและที่เช็ดรองเท้า

            นอกจากฉายาจิตกรเอกของโลก  ผาโบล  ปิกัสโซ  ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้พิสสมัยสาวสวยวัยขบเผาะ  สาวๆ ที่เป็นภรรยาของปิกัสโซทั้งที่เปิดเผยและเป็นแบบลับๆ  จะต้องได้เป็นนางแบบของเขาเสมอไม่ว่าจะก่อนหรือหลัง การมีสัมพันธ์สวาท            บ้านเกิดของจิตรกรเอกผู้นี้อยู่ที่เมืองมาลากา  ประเทศสเปน  ด้วยความที่เกิดท่ามกลางกลิ่นสีและทีแปรงมาแต่อ้อนแต่ออกเพราะพ่อโฮเซ่  รูอิซ  บลาสโก้  มีอาชีพเป็นครูสอนศิลปะและจิตกร  ฉะนั้นปิกัสโซจึงได้รับการศึกษาตามแบบสามัญเพียงเล็กน้อยและไม่ได้รับการฝึกฝนด้านศิลปะมากนัก  แต่ปิกัสโซกลายเป็นเด็กนักเรียนที่มีฝีมือด้านศิลปะเหนือกว่าครูที่สอนอย่างเด่นชัด  อาจจะด้วยความมีสายเลือดศิลปินถ่ายทอดกันได้นั่นเอง  เมื่อผู้เป็นพ่อได้ตระหนักถึงความอัจฉริยะทางด้านศิลปะของลูกชาย  เขาจึงยกพู่กันและสีทั้งหมดให้โดยที่ตัวเองเลิกวาดภาพโดยเด็ดขาด

            เมื่อเข้าสู่วัยแตกเนื้อหนุ่ม  ปิกัสโซ  ได้พบความรื่นรมย์ของการดำเนินชีวิตแบบไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ของสังคมในเมืองซาเซโลน่าและมาใช้ชีวิตแบบโลดโผนโจนทะยานต่อในนครปารีส  ซึ่งทันทีที่เขาได้เดินทางไปปารีส  ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่ได้เห็นผลงานของ  ดูลูซ  โลเทร็ค  แวนโกะห์    และเซซานเน่  เขาจึงได้กลายเป็นจิตรกรที่สร้างผลงานออกมามากมายเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของชีวิต

            หลังจากอายุครบ 20 ปี  เขาได้เซ็นชื่อ  " ปิกัสโซ "  ซึ่งเป็นนามสกุลเดิมของแม่ในภาพเขียนทุกแผ่น  อันเป็นไปตามประเพณีของชาวสเปน  ในปี 1904  ปิกัสโซได้ทำงานศิลปะร่วมกับ  ยอร์ช  บร๊าค  โดยจัดตั้งขบวนการเขียนภาพแบบเรขาคณิตขึ้น  ปิกัสโซ  กล่าวว่า

            " เมื่อผมต้องการวาดรูป  ผมจะแสดงให้คุณเห็นว่ามันกลม  แต่มันอาจเป็นไปได้ว่าลีลาทั่วไปและโครงสร้างของภาพจะมีพันธะทำให้เห็นว่ารูปทรงกลมนั้นเป็นสี่เหลี่ยม "

            ในปี 1936  สงครามกลางเมืองสเปนระเบิดขึ้น  ปิกัสโซ  จากที่ไม่เคยใส่ใจเรื่องการเมืองเขาก็เปลี่ยนไปเป็นพวกนิยมสถาบันกษัตริย์อย่างบ้าคลั่ง  พอเครื่องบินทิ้งระเบิดของฮิตเลอร์ทำลายเมืองเล็กๆ  ของเขตบาสค์  ปิกัสโซก็เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างภาพเขียนบนผืนผ้าใบชื่อ GUERNICA  ที่กลายมาเป็นผลงานชิ้นเอกของเขา         ปิกัสโซ ใช้ชีวิตอย่างผู้ยิ่งใหญ่และสุโขสโมสร  เขามีรายได้แต่ละปีนับล้านเหรียญจากงานเขียนภาพอันน่าพิศวง มีภาพเขียนบนผ้าใบ 14,000 ภาพ  ภาพพิมพ์จากแม่พิมพ์ที่แกะสลักขึ้นมาประมาณ 100,000 ชิ้นและภาพประกอบหนังสืออีก 34,000 ชิ้น

            คู่ขาคนแรกของปิกัสโซตั้งแต่สมัยที่เขาใช้ชีวิตแบบแหกคอกในกรุงปารีสคือ  เฟอร์นานเด  โอลิเวียร์  รูปร่างหน้า ตาของเธอจัดอยู่ในประเภทหญิงยั่วกามราคะ  เขาพบเธอที่ก๊อกประปาสาธารณะหน้าบ้านเช่าโทรมๆ ทั้งที่เธอและเขาต่างเช่าอยู่  ตอนนั้นปิกัสโซอายุเพียง 23 ปี  แต่เธอก็อายุมากกว่าเขา 4 เดือน  เขาจึงเอ่ยถึงเธอกับเพื่อนๆ ว่า " สวยแต่แก่ "  แต่สำหรับเธอแล้ว  " เขาเป็นผู้ชายประเภทมีแม่เหล็ก  ซึ่งฉันต้านทานแรงดึงดูดไม่ไหว "

            เธอกลายเป็นนางแบบสำหรับงานภาพวาดของเขา  และมักจะเป็นแบบในท่านอนเอนกายอย่างที่เธอชอบ  แรกๆ ทั้งคู่อยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจในรัก  ยามถังแตกเธอไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนต่อไหนนานถึง 2 เดือนเพราะไม่มีเงินซื้อรองเท้า  เขาทั้งหลงใหลและบูชาเธอ  ในขณะที่เธอก็อดค่อนแคะไม่ได้ว่า " เขาบังคับให้ฉันอยู่เหมือนกับฤาษี "

            ด้วยนิสัยที่เป็นคนไม่ติดอยู่กับที่  ทำให้ปิกัสโซต้องเปลี่ยนนางแบบและแหล่งที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเขียนภาพเป็นระยะๆ  มาแซล  ฮัมเบิร์ต  หรือที่เขาเรียกเธอว่า " อีวา "  จึงเป็นหญิงสาวอีกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตกับหญิงสาวคนนี้เขายืนยันกับเธอเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า  " คุณเป็นผู้หญิงคนแรกของผม "  ความรักของปิกัสโซกับมาแซลเป็นไปพร้อมๆ กับที่เขาเริ่มวาดภาพแบบเรขาคณิต  จึงไม่ปรากฏว่ามีภาพของเธอเลย  แต่ก็คงความนิรันดรในความรักของเธอและเขาด้วยคำว่า " มาโจลี " (หนึ่งเดียวของฉัน)  ที่ปิกัสโซบรรจงเขียนไว้ในภาพเขียนของเขาหลายต่อหลายภาพ  และมีอยู่ 2 ภาพที่เขาเขียนว่า " ฉันรักอีกวา "  แต่เธอก็ต้องจากไปด้วยวัณโรคในปี ค.ศ. 1915

            ปี 1917  ปิกัสโซเดินทางไปกรุงโรมกับ  จัง  ค็อคตู  และรัสเซส  เขาได้ออกแบบฉากให้แก่ระบำปลายเท้าเรื่องใหม่ของ  เซอร์ไก  เดียจิเลฟ  และในบรรดาสาวๆ ของคณะระบำนี้เอง  ปิกัสโซได้เลือกดาราสาวคนหนึ่งชื่อ โอลก้า  โคโคล  เป็นคู่ครองคนต่อมา  สาวร่างเล็กคนนี้เป็นลูกสาวของนายพันเอก  ด้วยชาติตระกูลที่ดีและพื้นเพรสนิยมสูงของเธอช่วยฉุดให้เขาหลุดออกจากชีวิตแบบนอกคอก

            ปิกัสโซเริ่มร่ำรวยและมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ขึ้นพร้อมกับคิดไว้ว่า  ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องปักหลักชีวิตมีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐานเสียที  เขาพาโอลก้ากลับไปสเปนเพื่อแนะนำให้รู้จักกับครอบครัว  และแน่นอนว่าเธอจะต้องได้เป็นแบบในภาพวาดของเขา

            หนึ่งในจำนวนหลายภาพที่เธอเป็นแบบนั้น  มีอยู่ภาพหนึ่งที่เขาวาดเธอในชุดมีผ้าคลุมไหล่แบบสเปนแสดงให้เห็นว่าเขารักและจริงใจกับเธอ  พอมาไม่นานพิธีแต่งงานของทั้งคู่ตามแบบฉบับอโธด็อคของรัสเซียก็มีขึ้น  หลังจากนั้นเขาก็พาเธอไปอยู่ที่กรุงปารีส

            ลูกชายคนแรกของเขาและเธอมีชื่อว่าพอโล  และเมื่อเธอให้กำเนิดลูกสาวในปี 1935  รอยร้าวของชีวิตรักระหว่างปิกัสโซกับโอลก้าเกิดขึ้น  ด้วยการที่ปิกัสโซเริ่มมีสัมพันธ์สวาทกับนางแบบสาวด้วยนาม  มารี  เทเรเซ  วอลเตอร์  เมื่อเจอสภาพอย่างนี้  โอลก้ารับไม่ได้เธอจึงเริ่มอาละวาดใส่เขาจนในที่สุดเธอกลายเป็นโรคประสาทส่วนปิกัสโซได้ตอบโต้การกระทำของเธอด้วยการวาดภาพคนชั่วร้ายที่มีรูปร่างผิดมนุษย์มนาเท่ากวัดแกว่งนมและอวัยวะเพศที่ขนาดขยายใหญ่โตเกินเหตุ

            ความล้มเหลวในชีวิตสมรสและความสัมพันธ์ทางเพศ ทำให้เขาผลิตผลงานศิลปะออกมาในรูปผู้หญิงที่มีรูปร่างอัปลักษณ์  แต่ในช่วงเวลานั้นเอง  หญิงสาวที่มีหัวใจเปี่ยมไปด้วยความรักที่ชื่อ  มารี  เทเรเซ  ก็ได้เข้ามาเปลี่ยนงานศิลปะที่วิปลาสของปิกัสโซให้มีชีวิตชีวาและความสุขทางเพศกลับคืนมาอีกครั้ง  งานศิลปะของเขาจากทีเคยวาดรูปนมหย่อนยานกลับกลมกลึงและเต่งตึง ใบหน้ามีรอยยิ้มรูปร่างแม้จะยังคงเป็นแบบอัปลักษณ์แต่ก็กลายเป็นลักษณะที่น่าดูขึ้น

            ทั้งคู่มีลูกด้วยกันชื่อไมอา  แต่หลังจากนั้นความสัมพันธ์ขอปิกัสโซและเทเรเซก็มีเรื่องสลับซับซ้อนขึ้นมาจนได้เมื่อสายตาขอปิกัสโซไปจับจ้องอยู่ที่สาวตาสีเข้มที่ชื่อ  โดรา  มาอาร์  เขาพบเธอครั้งแรกที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำแซนต์  เธอเป็นช่างภาพและจิตรกรที่สามารถแปรเปลี่ยนสติปัญญาอันชานฉลาดมาเป็นผลงานที่สร้างสรรค์เขาตกหลุมรักเธอ  ด้วยความที่มีใจรักในงานศิลปะเหมือนกัน  ความสัมพันธ์ขอทั้งคู่จึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว  และในไม่ช้า  โดรา  มาอาร์  ก็ไปเยี่ยมเยียนห้องเขียนภาพของเขาในปารีสและกลายเป็นแขกประจำของที่นั่น          ภาพวาดผู้หญิงกำลังสยายผมสีดำเข้มก็ปรากฏขึ้นโดยมีนางแบบชื่อโดรา  เธอให้ทั้งความเฉลียวฉลาดและความสุขทางเพศแก่เขา  แต่ก็น่าเสียดายที่เธอก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวและรุนแรงพอๆ กับเขา  ภาพเขียนของปิกัสโซช่วงนั้นจึงมักจะเป็นรูปผู้หญิงร้องไห้ซึ่งเป็นภาพของโดรา  มาอาร์  ทั้งสิ้น

            ถึงแม้จะมีอายุเข้าวัย 60 ปีแล้ว  แต่พลังทางเพศของปิกัสโซก็มิได้ถดถอยลงไปแต่ประการใด  เพื่อนคนหนึ่งกล่าวว่า " ความต้องการเรื่องเพศของปิกัสโซนั้นมันเป็นกมลสันดานเสียแล้ว "  ต่อมาปิกัสโซก็มี  ฟรังซัว  จีโลต์ จิตรกรสาวเป็นเมียลับคนใหม่   ถึงแม้ว่าเธอจะได้ครอบครองเตียงนอนของปิกัสโซแต่เพียงผู้เดียว  แต่ต่อมาภายหลังเธอก็พบว่าทั้ง  โอลก้า, มารี  เทเรเซ  และโดรา  มาอาร์  ต่างก็ยังคงมีความสัมพันธ์สวาทกับปิกัสโซอยู่เช่นกัน  ที่เธอทราบเช่นนั้นเป็นเพราะว่าในวันหนึ่งขณะที่ปิกัสโซพาเธอไปเที่ยวพักผ่อนทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  ที่นั่นโอลก้าได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกระทันหัน  และเดินตามด่าทอคนทั้งคู่ไปตามถนนริมชายหาดอย่างไม่ลดละ         ปิกัสโซอยากจะแก้ปัญหาหึงหวงด้วยการบีบบังคับให้ผู้หญิงในชีวิตของเขายอมรับซึ่งกันและกัน  อย่างเช่นเวลาที่เขาไปพบหรือรับประทานอาหารกับโดรา  มาอาร์  ก็มักจะให้ฟรังซัวร่วมเดินทางไปด้วยทุกครั้ง  ความสัมพันธ์ของปิกัสโซกับฟรังซัว  จิโลต์  ซึ่งมีความอายุอ่อนกว่าถึง 40 ปี  ดูจะแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ผ่านมาของเขาเพราะเมื่อใดก็ตามที่เขาเกิดความไม่พอใจในการกระทำบางอย่างของเธอ  ปิกัสโซก็จะแกล้งด้วยการจงใจให้เธอตั้งท้อง  เธอจึงมีลูกกับเขา 2 คน  คือเคลาด และ โปโลมา

            7 ปี ให้หลัง ฟรังซัว  จิโลต์  ก็หอบลูกจากไปและแต่งงานใหม่กับ  ดร.โจนาส  ซอล์ค  ทำให้ปิกัสโซโกรธแทบเป็นบ้า  เขากล่าวอย่างโกรธจัด " หมาพุดเดิ้ลตัวหนึ่ง  ไม่มีอะไรเหมือนตัวอื่นและก็เป็นแบบเดียวกับผู้หญิงนั่นแหล่ะ "

            ปิกัสโซ  มีสัมพันธ์สวาทหญิงสาวคนสุดท้ายคือ  แจ๊คเกอลีน  โรเก้  เธอเป็นแม่หม้ายที่เข้ามาแทนฟรังซัว  ช่วยทำหน้าที่จัดการงานและความเป็นอยู่ของเขา  เมื่อโอลก้าเสียชีวิตในปี 1955  ปิกัสโซก็เป็นอิสระทางกฎหมายและแต่งงานใหม่กับแจ๊คเกอลีนในปี 1961

            ผู้หญิงของปิกัสโซทุกคนล้วนแต่เป็นสาวสวยทั้งสิ้น  และเขาก็มอบความรักให้กับทุกคนแต่ต่างกันไปตามกาลเวลา  และในความรักของเขานั้นก็มักจะมีอะไรเกี่ยวกับความโกรธและความเกลียดอยู่ด้วยเสมอ  อย่างที่เขาเคยพูดเอาไว้ว่า " สำหรับผม  มีผู้หญิงอยู่สองประเภท คือ  นางฟ้ากับที่เช็ดรองเท้า "

            จิตรกรชื่อดังก้องโลกผู้นี้ลาโลกไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1964  ขณะอายุได้ 91 ปี  เขาทิ้งสมบัติที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นวัสดุมีค่า  ภาพเขียน  โบราณวัตถุ  ภาพปั้น  ไปจนถึงของผุๆ พังๆ และเสื้อผ้าเก่าๆ จำนวนมากมาย  ซึ่งสมบัติของปิกัสโซเหล่านี้มีมูลค่าถึง 1.1 ล้านดอลล่าร์

เป็นไงครับชอบเรื่องแนวนี้ไหมครับ ยังไงถ้าสะดวกคลิ๊กแบนเนอร์ให้ด้วยนะครับ ข้างล่างนี้ก็ได้ครับ