ไก่ชน2002    ภูมิปัญญาการเลี้ยงไก่ชน  มองวิถีชีวิตคนผ่านการเลี้ยงไก่

ค้นหา:

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2547

คุณเข้าเยี่ยมชมคนที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เว็บไซท์ที่น่าสนใจ
ไก่ชนพม่า
ซุ้ม ป.โชคชั
ตรีเพชรฟาร์มไก่ชน
ไก่ชนชลดา
ไก่ชนสยาม

ซุ้มขุนแผน
ผู้ใหญ่แสน
บ้านไก่ชน

ไก่ชน.คอม
thai.net/สุ่มไก่ 
บ้านไก่ไทย
ไก่ชนไทย
geocities/สุ่มไก่
thaicockfight.com
kaichon.com 
ไก่ป่าก๋อย

ซุ้มอ่างแก้ว
เสียงไก่ชน
ประดู่.คอม

ซุ้มวัฒนาไก่ชน
กรมปศุสัตว์
บุญเลี้ยงไก่ชน
เว็ปนครใหญ่ฟาร์ม

                              
  ปล่อยเลี้ยงแบบธรรมชาติ (ไก่คุณสมหวัง)

        3.3.7  การเลี้ยงดูวิธีการและให้อาหารลูกไก่ชน

        การเลี้ยงไก่ชนระยะนี้ ต้องเอาใจใส่เป็นอย่างมาก เพราะเป็นระยะที่ไก่ยังไม่แข็งแรง   ดังนั้นในช่วง 3 วันแรกยังไม่ต้องให้อาหาร จัดหาเพียงน้ำสะอาดและเม็ดกรวดเล็กๆไว้ให้ไก่กิน เนื่องจากในช่วงนี้ ลูกไก่จะมีอาหารจากไข่แดงที่เหลือสะสมไว้ในตัว ถ้าให้อาหารในระยะนี้จะทำให้ลูกไก่ท้องเสีย จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

สำหรับอาหารควรเริ่มให้ลูกไก่กินข้าวเป็นอันดับแรก ในระยะนี้ลูกไก่ต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูง ควรให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับไก่เล็กร่วมกับรำและปลายข้าวหรือจะใช้อย่างเดียวก็ได้ วิธีนี้เหมาะสมและสะดวก ทำให้ลูกไก่แข็งแรง โตเร็วและอัตราการเลี้ยงรอดสูง เพราะได้อาหารครบถ้วนกว่าวิธีดั้งเดิมที่ให้แต่อาหารธรรมชาติอย่างเดียว การให้อาหารไม่ควรให้คราวละมากๆ ควรแบ่งให้ครั้งละน้อยๆ และให้บ่อยครั้ง แบ่งเป็นมื้อเช้า กลางวัน บ่ายและเย็น    

การให้หัวอาหารมีข้อดีตรงที่ทำให้ไก่มีอัตราการเจริญเติบโตดี  แต่ทำให้ไก่สะสมไขมันและอ่อนแอ  หัวอาหารอาจมีความเหมาะสมกับการเลี้ยงไก่ชนิดอื่นที่ไม่ใช่ไก่ชน  เพราะไก่ชนต้องการกระดูกและกล้ามเนื้อที่ใหญ่และแข็งแรง  เตรียมร่างกายเอาไว้สำหรับต่อสู้  ดังนั้นอาหารที่มีตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับไก่ชนมากที่สุด  จากข้อมูลภาคสนามพบว่าชาวบ้านรู้จักการนำเอาปลวกมาเป็นอาหารไก่  ทำให้ไก่มีอัตราการเจริญเติบโตดี  โครงสร้างใหญ่และแข็งแรง  ไม่มีอาการข้างเคียงที่เป็นอุปสรรคในการชน  และปลวกที่ชาวบ้านนำมาเลี้ยงไก่นั้น  มักทำรังอยู่ตามป่าเสื่อมโทรม  รังมีสีน้ำตาลขนาดเท่าลูกฟุตบอล  ชาวบ้านเรียกปลวกชนิดนี้ว่า “ปลวกไก่น้อย”  นำมาเลี้ยงไก่โดยใช้มีดสับรังปลวกแล้วเคาะปลวกออกจากรังให้ไก่กินทีละน้อย  ที่เหลือก็ใช้เลี้ยงในวันต่อไปได้  แต่ปกติปลวกจะมีอยู่ตามธรรมชาติอยู่แล้ว  โดยจะกินไม้หรือใบไม้ที่กองทับถมกัน  ด้วยเหตุนี้นายคำตัน  ทองล้น  เจ้าของฟาร์มไก่ชนยูงทอง  จึงได้พยายามแนะนำชาวบ้านให้ทำตามโครงการ “ปลูกไผ่เลี้ยงไก่ชน”  เพราะป่าไผ่จะมีปลวกและแมลงต่างๆที่ไก่ชนชอบกินมาอาศัยอยู่  ไก่ก็จะได้รับอาหารที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ  และชาวบ้านก็จะได้รับประโยชน์จากต้นไผ่อีกทางหนึ่ง  เพราะไผ่เป็นไม้ที่ใช้หน่อเป็นอาหาร  เป็นสินค้าและสามารถแปรสภาพเป็นหัตถกรรมอีสานได้มากมาย  ซึ่งเป็นการเสริมรายได้  ลดรายจ่ายของชาวบ้าน  ในที่สุดจะนำไปสู่การพึ่งตัวเองของชุมชน

นอกจากนั้นยังต้องให้ภูมิคุ้มกันโรค เช่น ภูมิคุ้มกันโรคหลอดลมอักเสบ ฝีดาษ นิวคลาสเซิลและอหิวาต์ไก่ ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ดังนี้

ครั้งที่ 1     ให้ภูมิคุ้มกันโรคนิวคลาสเซิล สเตรนเอฟ เมื่อไก่อายุ 1 สัปดาห์ โดยหยอดตาหรือจมูก หยด และให้ภูมิคุ้มกันโรคฝีดาษ  โดยใช้เข็มสำหรับวัคซีนฝีดาษไก่จุ่มวัคซีนแล้วปักลงบนพังผืดปีกด้านใน 1 ครั้ง

ครั้งที่ 2     ให้ภูมิคุ้มกันโรคหลอดลมอักเสบ เมื่อไก่อายุ 2 สัปดาห์ โดยหยอดจมูก 1-2  หยดและควรทำซ้ำทุก 3 เดือน

ครั้งที่ 3     ให้ภูมิคุ้มกันโรคนิวคลาสเซิล สเตรนเอฟ เมื่อไก่อายุ 4 สัปดาห์ โดยหยอดตาหรือจมูก 2 หยดและควรทำซ้ำทุก 3 เดือน

ครั้งที่ 4     ให้ภูมิคุ้มกันโรคอหิวาต์ไก่ เมื่อไก่อายุ 6 สัปดาห์ โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อหน้าอก 1 ซีซี.และควรทำซ้ำทุก 3 เดือน

หลังจากลูกไก่ได้รับภูมิคุ้มกันโรค ลูกไก่จะเกิดภาวะเครียด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อภูมิคุ้มกัน จึงต้องให้วิตามินและยาปฏิชีวนะเสริมเพื่อให้ลูกไก่แข็งแรง สามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ และเมื่อลูกไก่อายุได้ 2 เดือน ให้แยกลูกไก่ออกมาจากแม่และช่วงนี้เองลูกไก่จะจิกตีกันเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ในฝูง ซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บล้มตายกันได้ ดังนั้นจึงต้องให้วิตามินและยาปฏิชีวนะอีกครั้งเพื่อลดภาวะเครียด (ภมร  พุทธสอน, สัมภาษณ์, 23 กรกฎาคม 2543)

  การเลี้ยงดูลูกไก่ระยะแรกนี้  ลูกไก่ควรได้รับการเอาใจใส่มากเป็นพิเศษเพราะลูกไก่ยังไม่แข็งแรง  หากินยังไม่เก่งและยังไม่รู้จักการหลบหลีกภัยต่างๆ  เมื่อครบอายุที่ต้องทำวัคซีนป้องกันโรคต้องทำตามปฏิทินการให้วัคซีนของกรมปศุสัตว์อย่างเคร่งครัด  เพราะสาเหตุที่ไก่ของชาวบ้านตายเป็นอันดับแรกคือสาเหตุมาจากโรคระบาด  แต่ชาวบ้านส่วนมากยังไม่มีการป้องกันโรคตามหลักวิทยาศาสตร์  หากไก่ป่วยก็จะรักษาด้วยสมุนไพรซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่ง  จะเห็นว่าชาวบ้านใช้หลักเวชศาสตร์มาใช้กับการเลี้ยงไก่ชนของตนเอง  โดยการพึ่งพาภูมิปัญญาตัวเองเป็นหลัก  ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของนฤมิตร  สอดสุข  โดยให้ชาวบ้านพึ่งตัวเองได้  ลดการพึ่งพาจากภายนอก  จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

3.3.8 วิธีการเลี้ยงดูและให้อาหารลูกไก่ชนรุ่นกระทง

            ไก่อายุ 5-6 เดือน จะเรียกว่า “ไก่กระทง” ระยะนี้ไก่จะมีความแข็งแข็ง  รู้จักหากินเอง  หลบหลีกภัยและช่วยตัวเองได้มากขึ้น อาจจะเริ่มปล่อยให้หากินเองตามธรรมชาติ ช่วงนี้ไก่จะไม่ค่อยอยู่ติดกับแม่ไก่แล้ว การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะนี้ก็คือ  ไก่ตัวผู้จะเริ่มมีเสียงขัน ไก่ตัวเมียจะเริ่มติดตัวผู้เพื่อผสมพันธุ์ ระยะนี้ต้องแยกตัวผู้ตัวเมียออกจากกัน เพื่อคัดเลือกไก่ที่มีลักษณะดีไว้เป็นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ ส่วนไก่ที่ลักษณะไม่เหมาะกับการเป็นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ จะคัดออกขายหรือนำมาแยกเลี้ยงไว้เป็นอาหารสำหรับบริโภคในครัวเรือน

           ไก่ตัวผู้เมื่อโตเต็มที่จะมีสีขนสวยงามเป็นมันเลื่อม เริ่มรู้จัก กรีดกรายขึ้นทับตัวเมีย ระยะนี้ให้ระวังไก่จะจิกตีกันเอง โดยเฉพาะเวลาที่ไก่เปียกฝน ขนจะลีบลู่ติดกับลำตัว ไก่ชนจะ   จำกันไม่ได้คิดว่าเป็นไก่นอกฝูงที่ไม่คุ้นเคยกัน เมื่อไก่จิกตีกันเองก็จะเกิดการบาดเจ็บเสียสภาพการเป็นไก่ชน ดังนั้นเมื่อไก่ชนอายุได้ 7 เดือน ควรนำมาคัดเลือกเอาเฉพาะตัวที่มีลักษณะดี      นำมาขังสุ่ม เพื่อป้องกันการจิกตีกันและฝึกให้เป็นไก่ชนต่อไป

 อ่านต่อ
 ย้อนกลับ

กลับหน้าหลัก
กลับหน้าบทความวิชาการ

 

                                                           
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด
19/03/2547 23:02:32

1